กาวมีกี่แบบ ต่างกันอย่างไร?

Last updated: Jul 3, 2020  |  33545 จำนวนผู้เข้าชม  |  Articles

กาวมีกี่แบบ ต่างกันอย่างไร?

กาว.....มีกี่แบบ..? ต่างกันอย่างไร...?
กาวอุตสาหกรรมของ บริษัท เปอร์มาเฟล็กซ์ จำกัด มี 3 ประเภท

1. Water Based 
คือกาวที่ทำละลายด้วยน้ำและอยู่ในรูปของเหลว สามารถใช้งานด้วยการทาด้วยลูกกลิ้ง
แปรง สเปรย์ ปล่อยกาวไหล หรือใช้มีดปาด


1.1 Ethylene Vinyl Acetate (EVA) Copolymer Emulsion
เป็นกาวที่ยืดหยุ่นสูง มีความนิ่ม ยึดเกาะได้ดี ทนแสง UV ได้ กันน้ำกันด่าง
ใช้สำหรับติดงานยากๆ เช่น ผิวเคลือบมัน ฟิลม์พลาสติกต่างๆ


1.2 Polyvinyl Acetate (PVAc) Copolymer Emulsion
เป็นกาวที่สามารถใช้งานและผสมสูตรได้หลากหลายมาก

1.3 Polyvinyl Alcohol (PVAL) Emulsion
เป็นกาวที่มีความเหนียวขนาดเปียกดีมาก ทนต่อน้ำมัน Solvent และเชื้อรา

1.4 Acrylic Copolymer Emulsion / Pressure Sensitive Adhesive (PSA)
เป็นกาวที่มีแรงยึดติดสูงในเวลาที่กาวแห้งตัว โดยแห้งแล้วจะมีความเหนียวในตัวเอง ทนต่อน้ำและความชื้น

1.5 Natural Rubber Adhesive
เป็นกาวที่ทำจากน้ำยางธรรมชาติ

1.6 Synthetic Rubber (SBR) / Chloroprene Rubber (CR) Emulsion
เป็นกาวที่มีความแข็งแรงหลังจากแห้งตัวสูงมาก ทนต่อสภาวะต่างๆ

1.7 Polyurethane (PU) Emulsion
เป็นกาวที่มีความแข็งแรงหลังจากแห้งตัวสูงมาก ทนต่อสภาวะต่างๆ

1.8 Dextrine : Modified Starch
เป็นกาวทำจากแป้ง ส่วนใหญ่เป็นแป้งมันสำปะหลัง โดยอาจจะมีแป้งอื่นๆผสมบ้าง ได้แก่ แป้งข้าวโพด

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -  

2. Solvent Based 
เป็นกาวที่ใช้ตัวทำละลายเป็นส่วนผสม ซึ่งผลิตจากยางสังเคราะห์มีความสามารถในการระเหยและติดไฟได้ง่าย มีกลิ่นและความเป็นพิษซึ่งส่งผลเสียต่อผู้ผลิตและผู้ใช้งานได้


2.1 Chloroprene Rubber (CR) 
ยางคลอโรพรีน ยางชนิดนี้มีสมบัติด้านการทนไฟ, ความทนต่อสารเคมีและน้ำมัน


2.2 Polyurethane (PU) 
ใช้ในการผลิตกระดาษ การผลิตก๊าซมัสตาร์ด ผ้าที่มีความทนทาน เคลือบผิวเครื่องบิน
เคลือบโลหะ ไม้ และอิฐ เพื่อป้องกันการกัดกร่อนและสารเคมี


2.3 Acrylic based (PSA) 
ใช้ในการผลิตเทปกาวสองหน้าเนื้อทิชชู หรือ เทปเยื่อกาวสองหน้า ใช้กับงานทั่วๆไป


2.4   Epoxy Resin
เป็นกาวที่อยู่ในกลุ่ม Thermosetting Polymer ซึ่งเมื่อผ่านกระบวนการผลิตในครั้งแรกแล้ว
จะมีความทนทานแข็งแรงเป็นอย่างมากไม่คืนรูป และไม่สามารถนำกลับมาใช้งานใหม่ได้
การใช้งานจะมีการผสมสารเพิ่มความแข็ง (Hardener) เพื่อช่วยเร่งปฏิกิริยาของกาวให้แข็งเร็วขึ้น

นิยมใช้ในงานลักษณะต่างๆ ดังนี้
1. กาวหรือสารยึดติด
2. สารเคลือบพื้นผิว
3. อื่นๆ ได้แก่ ตัวเคลือบถัง แบบหล่อ ฉนวนไฟฟ้า

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

3. Hot Melt 
เป็นกาวที่อยู่ในรูปของแข็ง ที่หลอมเหลวตัวเมื่อถูกความร้อนและจะแห้งตัวแข็งอย่างรวดเร็วเมื่อกาวเย็นตัว การใช้งานกาวจะผ่านความร้อนและจะแห้งตัวแข็งอย่างรวดเร็วเมื่อกาวเย็นตัว การใช้งานกาวจะผ่านความร้อนและความดันเพื่อให้กาวหลอมไหลบนผิวหน้าวัสดุ นิยมใช้กับการผลิตขนาดใหญ่ที่ต้องการผลผลิตที่รวดเร็ว และมีจำนวนมาก การเลือกใช้กาวที่เหมาะสมกับชิ้นงานและเครื่องจะทำให้การติดชิ้นงานมีประสิทธิภาพตามต้องการ


3.1 Ethylene Vinyl Acetate
เป็นกาวที่มี EVA resin เป็นส่วนประกอบหลักในการทำให้เกิดการยึดติดและทำให้ชิ้นงานแห้งเร็ว

3.2 Polyamide Resin
เป็นกาวที่เกิดจากปฎิกิริยาระหว่าง Fatty Acid Polymer และ Diamine มีจุดหลอมเหลวในการใช้งานมากกว่า 200◦C ขึ้นไป

3.3 Polyolefin (PO)
เป็นกาวที่มีความแข็งแรงและยึดเหนี่ยวที่สูงมาก ทนต่อความร้อนได้ดี กาวที่มีน้ำหนักเบา ไม่มีสีและกลิ่น

3.4 Polyurethane Resin (PUR)
เป็นกาวที่มีโครงสร้างทางเคมีที่แข็งแรงมาก แห้งตัวเร็วและเมื่อแห้งตัวแล้วจะทนต่ออุณหภูมิและกรดต่างๆ จำเป็นต้องใช้งานกาวในระบบปิดเท่านั้น

3.5 Polyurethane Moisture Cure (PUM)
เป็นกาวที่ทำปฏิกิริยากับสภาพความชื้นในอากาศโดยจะอยู่ในรูปของเหลวสามารถยึดติดชิ้นงานได้แข็งแรงมาก ทนต่อความร้อน ความชื้นและแรงกระแทก

Powered by MakeWebEasy.com